ขายสินค้าออนไลน์ เริ่มต้นอย่างไร

198
Mudassar Iqbal
Mudassar Iqbal

หลาย ๆ คน อาจเคยตั้งคำถามกับตัวเอง หากเราต้องการขายสินค้าออนไลน์ จะต้องเริ่มต้นอย่างไร เพราะเห็นเพื่อน ๆ ขายสินค้าออนไลน์แล้วมีรายได้เพิ่มจากการทำงานประจำ และเห็นบางคนได้ยึดอาชีพการขายสินค้าออนไลน์เป็นงานประจำไปก็มีเยอะ จากพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไปจากโรคระบาดโคโรนา ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ต้องอยู่กับบ้าน และทำงานในบ้านแทนการทำงานในออฟฟิศ การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จึงมีบทบาทสำคัญมาก ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีไวรัสโคโรนาระบาดก็มีผู้ขายสินค้าออนไลน์กันจำนวนมากอยู่แล้ว และวันนี้ยิ่งได้รับความนิยมกันมากจนพลิกกลับจากอาชีพเสริมมาเป็นอาชีพหลักไปแล้ว

การเริ่มต้นขายสินค้าออนไลน์ไม่มีคำว่าสายเกินไป ใครก็สามารถทำได้ตลอดเวลาหากต้องการจะทำมัน จะเริ่มต้นอย่างไรดีล่ะ นี่คือคำถามของใครหลาย ๆ คน ต้องถามตัวเองก่อนว่าพร้อมจะขายสินค้าออนไลน์แล้วหรือยัง มีเวลาตลอด 24 ชั่วโมงหรือไม่ หรือมีเวลาเป็นช่วง ๆ เช่นช่วงเช้าถึงเที่ยง หรือมีเวลาช่วงบ่ายถึงค่ำ เพราะเวลาในการจัดการนั้นสำคัญเมื่อลูกค้าสอบถามรายละเอียดผ่านกล่องแชทในช่วงสี่ทุ่ม ห้าทุ่ม เที่ยงคืน หรือตีหนึ่ง คุณก็สามารถโต้ตอบคำถามจากลูกได้ เป็นต้น ก่อนจะเริ่มต้นขายสินค้าออนไลน์เราจึงต้องถามตัวเราเองก่อนว่าพร้อมเรื่องเวลาหรือไม่ ถ้าคุณไม่พร้อมตลอดเวลาโอกาสในการขาย การโต้ตอบอาจหายไป เมื่อลูกค้าทักผ่านกล้องแชทแล้วไม่มีใครตอบ ลูกค้าก็จะหนีไปหาลูกค้ารายอื่น เรื่องของเวลาในการขายสินค้าออนไลน์นั้น มีทางออกในกรณีที่คุณไม่พร้อมให้บริการตลอดเวลา แต่อาจมีเวลาเป็นช่วง ๆ ก็ให้เราระบุช่วงเวลาให้ชัดเจน เช่นแจ้งวันเวลาเปิดบริการในเว็บไซต์ หรือเพจของคุณให้ชัดเจน เพื่อการติดต่อซื้อขายสินค้าออนไลน์ของคุณจะไม่พลาดโอกาสทองจากลูกค้านั่นเอง

เรื่องต่อไปก็กลับมาถามตัวคุณเองก่อนว่า ตัวคุณมีความถนัดหรือมีความรู้เกี่ยวกับอะไร คุณชอบอะไร สินค้าที่คุณโปรดปรานที่สุด และคุณสามารถที่จะตอบคำถามลูกค้าได้ดี ให้ความกระจ่างกับลูกค้าของคุณได้ทุกคำถาม และสามารถเปลี่ยนจากผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณกลายมาเป็นลูกค้าของคุณในที่สุด ยกตัวอย่างคุณมีความชอบเรื่องอาหาร การทำอาหาร เช่นการทำน้ำพริกกุ้งเสียบ และคุณก็ชอบรับประทานมันมาก ๆ รู้ถึงขั้นตอนกระบวนการผลิต วัตถุดิบที่ใช้ วิธีการผลิต และการเลือกใช้แพคเกจจิ้ง บรรจุภัณฑ์ หีบห่อ คุณก็สามารถที่จะผลิตสินค้านี้ได้ดีกว่า และนำสินค้านี้เข้าไปวางขายในเว็บไซต์ หรือเว็บเพจของคุณได้ 1 ผลิตภัณฑ์ แต่ถ้าคุณไม่สามารถผลิตสินค้าได้เองล่ะ อันนี้คุณก็ลองติดต่อหาผู้ผลิตที่คุณอาจรู้จักกัน หรือได้รับการแนะนำจากญาติ ๆ เพื่อน ๆ ให้เขาผลิตสินค้าให้คุณ และนำมาบรรจุลงในหีบห่อ แพคเกจจิ้ง ติดตราโลโก้ชื่อสินค้าของคุณเอง และนำขึ้นไปวางขายลงบนเว็บไซต์ได้เช่นกัน

 Mudassar Iqbal

สินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่เราจะนำมาขายในตลาดออนไลน์ สำคัญอีกอย่างคือเทรน ความนิยมของลูกค้าออนไลน์ ลองท่องเว็บไซต์ เว็บเพจ ดูกระแสการรีวิวสินค้า การพูดคุยกันในโลกออนไลน์ว่าพวกเขากำลังนิยมชมชอบกับสินค้าประเภทไหนอยู่ เราจะทราบทันทีว่าขณะนี้ตลาดกำลังต้องการสินค้าประเภทไหน แนวไหนเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยม เราก็หาสินค้าแนว ๆ นั้นนำมาวางขายได้เช่นกัน เพื่อตอบโจทย์การค้นหาของลูกค้าในเทรนนั้นได้นั่นเอง

เมื่อคุณได้โปรดักส์ ผลิตภัณฑ์ที่คุณคิดว่าจะขายสินค้าประเภทนี้ ก็มาถึงขั้นตอนการตั้งชื่อแบรนด์ โลโก้ ชื่อสินค้าของคุณ แนะนำว่า การตั้งชื่อสินค้าจะต้องเป็นชื่อที่จดจำได้ง่าย กระชับ อ่านง่าย ชื่อไม่ยาวจนเกินไป ออกแบบโลโก้ให้โดดเด่น ฉลากสินค้าสวยงาม ดูดี มีอิมเมจ ชื่อโปรดักส์จะต้องสอดคล้องกับชื่อเว็บไซต์ของคุณด้วย เพื่อง่ายต่อการจดจำและการค้นหาผ่าน Google พูดให้เข้าใจชัดขึ้นคือชื่อยี่ห้อสินค้าควรจะตรงกัน สอดคล้องกับชื่อเว็บไซต์เพื่อง่ายต่อการจดจำของลูกค้านั่นเอง

 Tumisu

การเลือกกลุ่มเป้าหมายของสินค้าที่ต้องการขาย เลือกอย่างไรดีล่ะ เมื่อโพสต์ลงบนเว็บไซต์แล้วใครจะเห็นสินค้าของเราล่ะ ตรงนี้เราจะต้องแนะนำเว็บไซต์ของเราไปให้กับ Google โดยการแจ้งชื่อเว็บไซต์ของเราไปให้กับกูเกิล ตรงนี้มีความสำคัญด้วยเช่นกัน ขั้นตอนตรงนี้อาจจะมีขั้นตอนซับซ้อนสักนิด เพราะอาจจะต้องมีการฝังโค้ดลงบนเว็บไซต์ ถ้าทำเองไม่ได้แจ้ง Webmaster ให้ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ได้ หลังจากนั้นเราจำเป็นต้องใส่คีย์เวิร์ด หรือคำค้นหาที่ลูกค้าพิมพ์ลงบนช่องค้นหาบน Google ก็จะเจอสินค้านั้น ๆ ของคุณ ก็จะนำไปสู่การซื้อขายได้ในระยะยาว มีโอกาสเปิดตลาดได้กว้างขึ้น มีโอกาสได้ลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง นอกจากเว็บไซต์แล้วยังมีโซเชียลเน็ตเวิร์ค เช่นเฟสบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์ ที่เราจะนำสินค้าลงไปโพสต์แนะนำสินค้า พร้อมแนบลิงค์เว็บไซต์ของเราลงไปด้วย เพื่อให้ลูกค้าในโซเชียลคลิกเข้ามาชมสินค้าต่าง ๆ ในเว็บไซต์ของเราได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งวิธีนี้ต้องใช้ความระมัดระวังในการโพสต์ เนื่องจากการโพสต์จะโดนแบนได้เมื่อเราโพสต์ถี่จนเกินไป และยังมีการแชร์โพสต์จากเพื่อน ๆ ของคุณได้อย่างต่อเนื่องก็จะทำให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์สินค้า รู้จักเว็บไซต์ของคุณได้เช่นกัน

การสร้างตลาดออนไลน์ เมื่อเรามีสินค้า มีเว็บไซต์แล้ว เราก็จะทำการโปรโมทสินค้าออนไลน์ด้วยการทำการตลาดออนไลน์ การโฆษณาออนไลน์ อาจใช้วิธีโปรโมทโพสต์แบบเสียเงินค่าคลิก สามารถลงโฆษณาใน Google หรือลงเป็นผู้สนับสนุนในเฟสบุ๊ก ถ้าลงใน Google เรียกว่า Google Ad. เมื่อมีลูกค้าเสิร์ชคำค้นหาที่เราป้อนเข้าไป Google จะแสดงโฆษณาด้านบน 3-4 อันดับที่หน้าแรก ให้ลองสังเกตุดูมันจะมีคำว่า โฆษณาอยู่ด้านหน้าชื่อเว็บไซต์ที่ลงโฆษณาใน Google Ad. ด้านล่างคือตัวอย่างการลงโฆษณาหน้าแรก Google

ตัวอย่างโฆษณาด้านบนสุดในกรอบสีเขียว ด้านหน้าเว็บไซต์ มีคำว่าโฆษณา

Google มันยังส่งโฆษณาของเราไปยังเว็บไซต์ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของ Google อีกนับล้านเว็บไซต์ถ้าคุณลองสังเกตุการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ ที่เป็นพาร์ทเนอร์ก็จะเห็นโฆษณาแสดงอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในเว็บไซต์นั้น ตัวอย่างด้านล่างนี้คือเว็บไซต์ข่าว HEADLINE NEWS ก็เป็นพาร์ทเนอร์ของ Google ด้วยเช่นกัน

ตัวอย่างในกรอบสีเขียว โฆษณาที่แสดงในเว็บไซต์ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของ Google เว็บไซต์ข่าว HEADLINE NEWS

และถ้าลงโฆษณาในเฟสบุ๊ก มันจะแสดงคำว่า ได้รับการสนับสนุน นั่นคือการใช้โฆษณาเพื่อแนะนำสินค้าของคุณให้เป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็ว และกว้างขวางขึ้น สามารถเปิดช่องทางการตลาดในการขายได้ง่ายและเร็วขึ้น แต่มีค่าใช้จ่ายในการโฆษณา เราอาจใช้เป็นช่วง ๆ ไป เช่นเป็นช่วงแนะนำร้านค้า แบรนด์ สร้างแคมเปญพิเศษ จัดโปรโมชั่น ลดราคา ฯลฯ

ภาพประกอบ : Gerd Altmann Pixabay

การโปรโมทร้านค้า-สินค้าอีกวิธีคือการทำ seo. ทำเว็บให้ติดอันดับในหน้าแรก Google ที่ได้กล่าวมาข้างต้น และในเว็บไซต์นี้ผู้เขียนก็ได้มีการเขียนบทความเกี่ยวกับ seo.เอาไว้แล้วหลายบทความ การทำเว็บให้ติดหน้าแรก จำเป็นต้องอาศัยเว็บมาสเตอร์ที่มีความรู้ ความสามารถด้านการเขียนเว็บไซต์ website.ohosales.com ก็รับทำเว็บไซต์ และรับทำเว็บติดหน้าแรกเช่นกัน มีการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ถูกต้องตามหลักของการทำ SEO.ทำให้เว็บติดอันดับ เมื่อมีการเสิร์ชค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดแล้วเจอสินค้าและเจอเว็บไซต์ของคุณ นำไปสู่การเข้าชมเว็บไซต์ การเข้าถึงผลิตภัณฑ์และสินค้าภายในเว็บไซต์กระทั่งเกิดการซื้อขายสินค้า การขยายฐานลูกค้า การขยายตลาดออนไลน์ได้อย่างยั่งยืน และประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาวได้อีกทางหนึ่งด้วย

หลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้แล้ว หวังว่าอาจจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณได้ไม่มากก็น้อย ในการเริ่มต้นขายสินค้าออนไลน์ของคุณ หรืออาจเริ่มต้นขึ้นในวันนี้ และสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน วางแผนการตลาดออนไลน์ยุค #StayHome เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนจะเปลี่ยนไปจากเดิม มีการใช้วิธีการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นถึงร้อยละ 99% และ 100%ในอนาคต เราขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านเข้มแข็ง และสู้ต่อไป และปรับเปลี่ยนวิธีการขาย การสร้างอาชีพ การสร้างรายได้ที่บ้านอย่างยั่งยืนต่อไปทั้งในวันนี้และในอนาคต.