วิธี ทำอย่างไรให้มีผู้เข้าชมเว็บไซต์

69

เมื่อคุณสร้างเว็บไซต์ของคุณเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่งเว็บขึ้นออนไลน์แล้ว แล้วใครล่ะจะรู้จักเว็บไซต์ของคุณ แล้วใครล่ะจะเข้ามาชมเว็บไซต์ นั่นสิ เพราะเมื่อเว็บไซต์ของเราออนไลน์ไปแล้ว คงจะไม่มีใครรู้จักเว็บไซต์ของคุณอย่างแน่นอน แล้วมีวิธีอย่างไร วิธีทำให้ผู้คนหรือลูกค้ารู้จักเว็บไซต์ของเราล่ะ โจทย์นี้คงอยู่ในใจเจ้าของเว็บไซต์จำนวนมาก ที่ต้องถามตัวเองว่าเมื่อเราทำเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว จะทำอย่างไรให้มีผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเรา

วันนี้เราจะมาลองหาวิธีเรียกผู้ชม เข้ามาชมเว็บไซต์ของเรา และอาจเปลี่ยนผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้กลายเป็นลูกค้าของเราได้โดยใช้วิธีดังต่อไปนี้

การโพสต์เว็บไซต์ลงบน Facebook โดยการโพสต์ลงบน Facebook ของตัวเอง แต่ขอบอกว่าการโพสต์ลงเฟสของตัวเองนั้นหากคุณมีเพื่อน 3 คน หรือ 10 คน คนที่เห็นเว็บไซต์ของคุณก็คงมียอดเพียงเท่านั้น หาคุณมีเพื่อนเยอะเป็นพัน (สูงสุดที่เฟสบุ๊คอนุญาตคือ 5,000คน) หากต้องการมากว่านั้นคงต้องสร้างแฟนเพจ หรือสร้างกลุ่ม

เมื่อเรามีคนติดตามแฟนเพจ หรือมีสมาชิกในกลุ่มติดตามเราเป็นจำนวนมาก เราก็สามารถโพสต์แนะนำเว็บไซต์ของเราและสามารถดึงเพื่อนๆ หรือคนที่ติดตามเราให้เข้ามาชมเว็บไซต์ของเราได้จำนวนมากด้วยเช่นกัน แต่ก็ต้องระวังการโพสต์ถี่ๆ ด้วยเช่นกัน เพราะอาจโดนเฟสบุ๊คแบนหรือบล็อกเราไว้ได้ จึงต้องพึงระวังในการโพสต์

นอกจากการโพสต์ในเพจ หรือกลุ่มที่เราสร้างขึ้น เรายังสามารถเข้าไปเป็นสมาชิกในกลุ่มต่างๆ ได้ด้วยเช่นกัน กลุ่มที่คุฯจะเข้าไปอาจมีข้อกำหนด มีเงื่อนไขซึ่งต้องทำตามที่กลุ่มนั้นกำหนด แต่ท้ายสุดเจ้าของกลุ่มนั้นๆ ก็เปล่าเป็นเจ้าของกลุ่มนั้น 100% หากเจ้าของกลุ่ม หรือเจ้าของเพจนั้นทำผิดกฎ ก็จะไม่สามารถโพสต์ได้เช่นกัน เพราะอย่าลืมว่าเฟซบุ๊คไม่ใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณคือผู้ใช้งาน เพราะฉนั้นคุณต้องต้องทำให้ถูกกฎด้วยเช่นกัน หาคุณทำผิดกฎคุณก็อาจโดนแบน โดนบล็อคโดยลูกเพจของคุณก็อาจโดนยึดไปก็เป็นได้ โดนยึดลูกเพจ หรือยึดสมาชิกในกลุ่มไปได้เช่นกัน เพราะฉนั้นต้องอยู่ภายใต้กฎของเขา จำให้แม่นว่าเฟสบุ๊คไม่ใช่ของเรา แต่เขาให้เราใช้ฟรีเพื่ออะไร?

มีหลายคนบอกว่าเขามีเว็บไซต์แล้ว สามารถโพสต์ขายอะไรก็ได้ เว็บไซต์ที่ว่านั้นคือเฟสบุ๊กนั่นเอง แต่ต้องไม่ลืมว่าเว็บไซต์นั้นไม่ใช่ของเรา แต่เป็นเพียงผู้ใช้งานเท่านั้น เขาให้เราใช้ฟรีเพื่อ…อะไร? บางท่านทราบ บางท่านอาจยังไม่ทราบว่าให้ใช้ฟรีก็ดีแล้วไงล่ะ มันก็คือดีถ้าหากคุณใช้ในการติดต่อพูดคุยกับเพื่อนๆ แต่หาคุณใช้ในเชิงธุรกิจการขายสินค้าออนไลน์ หรือรับประโยชน์จากการใช้งาน ไม่นานก็คงต้องเจอกับกฎข้อบังคับที่หลากหลาย บังคับให้ใส่อีเมล์ เบอร์โทร เว็บไซต์ เพี่อที่เขาจะได้ติดตามคุณได้ว่าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ หากคุณทำผิดกฎจะได้ติดตามคุณได้และลงโทษด้วยการบล็อคหรือแบนได้หากคุณทำผิด ในเมืองไทยคงเจอปัญหาเหล่านี้เป็นจำนวนมาก เพราะคนไทยใช้เฟสบุ๊คในการขายสินค้าออนไลน์เป็นหลัก จนกระทั่งมีการเชิญชวนให้ลงประกาศโพสต์แบบเสียเงิน นี่ไง..ท้ายสุดคุณก็ต้องเข้าสู่การขายแบบต้องทำตามกฎ ดึงผู้คนมากมายเพื่อให้เห็นสินค้าของผู้สนับสนุนโดยไม่รู้ตัว เพราะเพียงต้องการใช้งาน และเพลิดเพลินกับการโชว์นู่นนี่ตามใจที่ต้องการ คุณก็กลายเป็นผู้ใช้งานที่จะต้องมองเห็นโฆษณานั้นโดยไม่ได้ตั้งใจย นี่คือสิ่งที่เขาต้องการให้คุณใช้งานเพื่อ…การค้าของเขาล่ะ

การใช้เฟสบุ๊ก จึงควรอยู่ในกฎข้อบังคับ อาจไม่เหมือนในอดีตที่เปิดให้ใช้งานใหม่ๆ เพราะเขาต้องการกลุ่มคนจำนวนมาก จากผู้ใช้งานกลายเป็นผู้ชมโฆษณาและกลายเป็นลูกค้าในการซื้อสินค้าที่ลงโฆษณานั่นเอง ส่วนผู้ใช้งานที่ไม่เสียเงิน ขายสินค้า โพสต์ขายสินค้าก็จะถูกกำหนดเงื่อนไขอะไรต่างๆขึ้นมา เพื่อให้ผู้ใช้งานทำตามที่เขากำหนด หากไม่ทำตามก็จะโดนแบน โดนบล็อคไปตามข้อกำหนด อาจทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกรำคาญใจแต่ก็ต้องทำใจยอมรับ เพราะว่าเฟสบุ๊กไม่ใช่เว็บไซต์ของคุณ คุณเป็นเพียงผู้ใช้งานและเป็นผู้ชมโฆษณาไปโดยปริยายนั่นเอง..

หากต้องการโพสต์เพื่อแนะนำเว็บไซต์ สร้างผู้เข้าชมเว็บไซต์ ก็ให้โพสต์พอประมาณ หรืออาจตัดปัญหาจุกจิกกวนใจด้วยการซื้อโฆษณาจากเฟสบุ๊ก หากคุณคิดว่าสินค้าของคุณไปได้ คุณก็จะลดปัญหาการโดนบล็อกโดนแบนไปได้ระดับหนึ่ง ลองทบทวนว่ามันคุ้มค่าการลงทุนในธุรกิจออนไลน์ของคุณหรือไม่…